Back to Articles

บทความโซล่าเซลล์รอบโลก 5 เรื่อง

บทความโซล่าเซลล์รอบโลก 5 เรื่อง

สรุปบทความโซล่าเซลล์รอบโลก (รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา)

1. Bloomberg ชี้ศักยภาพโซลาร์เซลล์ "เปลี่ยนชีวิต" ระดับครัวเรือน (LINE TODAY)

line

รายงานจาก Bloomberg ที่เผยแพร่ผ่าน LINE TODAY เมื่อ 5 วันก่อน วิเคราะห์ภาพรวมของอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ในประเทศไทย โดยชี้ว่าแม้โครงสร้างพลังงานของไทยจะยังติดขัดในหลายชั้น ทั้งระบบสายส่ง การรับซื้อไฟฟ้า และกฎระเบียบที่ยังไม่เอื้อต่อภาคประชาชน แต่โซลาร์เซลล์ระดับครัวเรือนและชุมชนกลับมีศักยภาพในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างมีนัยสำคัญ

ประเด็นสำคัญที่บทความเน้น คือการที่โซลาร์เซลล์ทำหน้าที่เป็น "ตาข่ายรองรับทางสังคม" (Social Safety Net) สำหรับเกษตรกรและครัวเรือนที่มีรายได้น้อย กล่าวคือ แม้ราคาน้ำมันโลกจะพุ่งสูงและส่งผลให้ค่าไฟฟ้าและค่าครองชีพในเมืองปรับตัวขึ้นตาม แต่ตู้เย็นในบ้านเกษตรกรที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ก็ยังทำงานต่อได้ เครื่องสูบน้ำเข้านายังเดินเครื่องได้โดยไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่ม ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรและชีวิตประจำวันไม่สะดุด

นอกจากนี้ Bloomberg ยังระบุว่า การกระจายโซลาร์เซลล์ในครัวเรือนยังช่วยลดภาระโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าของประเทศ และอาจกลายเป็น "ตั๋วผ่านทาง" สำหรับสินค้าเกษตรไทยในการเข้าสู่ตลาดยุโรป ซึ่งกำหนดมาตรการทางภาษีคาร์บอน (CBAM) อย่างเข้มงวด ทำให้สินค้าจากกระบวนการผลิตที่ใช้พลังงานสะอาดได้เปรียบในการแข่งขัน

- URL: https://today.line.me/th/v3/article/JP1OMRk


2. มาเลเซียหนุนติดตั้ง "แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา" รับมือวิกฤติพลังงานโลก (เดลินิวส์)

รัฐบาลมาเลเซียประกาศแผนเร่งส่งเสริมการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา (rooftop solar) ทั้งในภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ และอาคารราชการอย่างกว้างขวาง ควบคู่กับมาตรการประหยัดพลังงานและการเพิ่มประสิทธิภาพอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติพลังงานโลกที่กำลังลุกลาม โดยมาตรการนี้ครอบคลุมทั้งการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี การเปิดให้ขายไฟส่วนเกินคืนเข้าระบบ (Net Metering) และการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับครัวเรือน

จุดเด่นของนโยบายมาเลเซียคือการมองโซลาร์รูฟท็อปเป็นเครื่องมือเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การลดค่าไฟ แต่เป็นการกระจายแหล่งผลิตไฟฟ้าให้ใกล้กับจุดใช้งาน ลดการพึ่งพาถ่านหินและก๊าซธรรมชาตินำเข้า และเสริมความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของอาเซียนที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในระบบไฟฟ้า

บทความยังเปรียบเทียบสถานการณ์ของไทย ที่แม้จะมีศักยภาพแสงอาทิตย์สูง แต่กฎระเบียบและขั้นตอนการขออนุญาตยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตของตลาดโซลาร์รูฟ จึงเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่ภาครัฐและภาคเอกชนไทยควรจับตามอง

- URL: https://www.dailynews.co.th/news/


3. ทำไมวิกฤตพลังงานโลกถึงเป็น "โอกาสทอง" ของจีน (TrueID)

บทวิเคราะห์จาก TrueID เจาะลึกบทบาทของจีนในห่วงโซ่อุปทานพลังงานสะอาด โดยระบุว่าวิกฤตพลังงานโลกในรอบหลายปีที่ผ่านมา ไม่เพียงไม่กระทบจีน แต่กลับกลายเป็น "โอกาสทอง" ที่ทำให้จีนก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีสะอาดอย่างเบ็ดเสร็จ ปัจจุบันจีนครองส่วนแบ่งการผลิตโซลาร์เซลล์มากกว่า 70% ของโลก ครอบคลุมตั้งแต่การขุดและแปรรูปแร่โพลิซิลิคอน การผลิตเวเฟอร์ เซลล์ โมดูล ไปจนถึงการส่งออกเทคโนโลยีและบริการติดตั้งครบวงจร

นอกจากโซลาร์เซลล์ จีนยังครองตลาดแบตเตอรี่ลิเธียมโดยมีผู้ผลิตรายใหญ่ระดับโลกอย่าง CATL และ BYD เป็นแกนนำ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบกักเก็บพลังงานและรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้จีนมีอำนาจต่อรองเชิงยุทธศาสตร์ทั้งในด้านราคาและการกำหนดมาตรฐาน เปรียบได้กับการที่กลุ่ม OPEC ครองตลาดน้ำมันในศตวรรษที่ 20

บทความตั้งคำถามต่อไปว่าโลกจะ "ไปทางไหน" ภายใต้สถานการณ์ที่ห่วงโซ่พลังงานสะอาดกระจุกอยู่ในมือของชาติเดียว สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปกำลังพยายามสร้างห่วงโซ่ของตนเองผ่านนโยบาย IRA และ Green Deal Industrial Plan แต่ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะลดการพึ่งพาจีนได้จริง ซึ่งช่องว่างนี้คือโอกาสของประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงไทย ในการวางตำแหน่งตัวเองใหม่ในห่วงโซ่อุปทานโลก

- URL: https://news.trueid.net/detail


4.เปิดผลดี-ผลเสีย เมื่อเปลี่ยนทะเลทรายซาฮาราเป็นพื้นที่สีเขียว (BBC)

BBC รายงานงานวิจัยที่นำโดยศาสตราจารย์หยาน หลี่ จากมหาวิทยาลัยครุศาสตร์ปักกิ่ง ซึ่งจำลองสถานการณ์ว่า หากมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และกังหันลมครอบคลุมพื้นที่ราว 20% ของทะเลทรายซาฮารา จะเกิดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ ผลการวิจัยพบว่าแผงโซลาร์ขนาดมหึมาจะดูดซับแสงอาทิตย์ ลดการสะท้อนกลับสู่บรรยากาศ และทำให้พื้นผิวอุ่นขึ้น ส่งผลให้เกิดการพาความร้อนและการก่อตัวของเมฆมากขึ้น

ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งคือ ปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ทะเลทรายอาจเพิ่มขึ้นได้ "เป็นสองเท่า" จากเดิม ซึ่งจะกระตุ้นการเติบโตของพืชพรรณ เปลี่ยนทะเลทรายส่วนหนึ่งให้กลายเป็นทุ่งหญ้าและพื้นที่สีเขียว สร้างห่วงโซ่ฟีดแบ็กเชิงบวก (positive feedback loop) เพราะพืชจะดูดซับแสงและคายน้ำเพิ่ม ทำให้ฝนตกมากขึ้นต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม บทความเน้นย้ำว่ามีผลเสียที่ต้องพิจารณา การเปลี่ยนแปลงรูปแบบลมและฝนในซาฮาราอาจส่งผลต่อระบบมรสุมในแอฟริกาตะวันตก ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และอาจกระทบไปถึงป่าแอมะซอนซึ่งพึ่งพาฝุ่นจากซาฮาราเป็นสารอาหาร นักวิทยาศาสตร์จึงเตือนว่าการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศขนาดใหญ่เช่นนี้ ต้องผ่านการประเมินผลกระทบอย่างรอบด้านก่อนดำเนินการจริง

- URL: https://www.bbc.com/articles


5. IEA เตือน "วิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก" (ไทยโพสต์ / TNN)

ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานสรุปคำเตือนล่าสุดจากผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ที่ระบุว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่วิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งซับซ้อนกว่าวิกฤตน้ำมันยุค 1970 หลายเท่า เพราะเกิดขึ้นพร้อมกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด และการเติบโตของ AI ที่ทำให้ความต้องการไฟฟ้าพุ่งสูงอย่างไม่เคยมีมาก่อน

รายงานของ IEA ระบุว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกในปี 2568 เติบโตประมาณ 3% ซึ่งเร็วกว่าความต้องการพลังงานโดยรวมราว 2.3 เท่า โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือศูนย์ข้อมูล (Data Center) สำหรับ AI การใช้เครื่องปรับอากาศที่เพิ่มขึ้นจากคลื่นความร้อน การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า และการขยายตัวของอุตสาหกรรมในประเทศกำลังพัฒนา ในขณะที่การเติบโตของความต้องการพลังงานรวมกลับชะลอเหลือเพียง 1.3%

ผู้เชี่ยวชาญที่คลุกคลีในแวดวงพลังงานเกือบ 30 ปี ออกมาเตือนคนไทยให้ "ตื่นตัวทันที" เพราะไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาตินำเข้าในสัดส่วนสูง และมีความเปราะบางต่อความผันผวนของราคาพลังงานโลก คำตอบสำคัญที่ IEA และผู้เชี่ยวชาญชี้ตรงกันคือ การเร่งลงทุนในพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะโซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

- URL: https://www.tnnthailand.com/economy